ปูนฉาบสำเร็จรูป ดียังไงวะ? ทำไมผู้รับเหมายุคนี้ถึงเลิกสั่ง "ทราย" มาผสมเองแล้ว!
ปูนฉาบสำเร็จรูป ดียังไงวะ? ทำไมผู้รับเหมายุคนี้ถึงเลิกสั่ง "ทราย" มาผสมเองแล้ว!
ใครที่เคยเห็นภาพการสร้างบ้านสมัยก่อน คงจะชินตากับภาพ "กองทราย" ภูเขาเลากาตั้งอยู่หน้าไซต์งาน แล้วมีช่างเอาปูนซีเมนต์ถุงๆ มาฉีกผสมกับทราย คลุกเคล้าด้วยจอบ แอดวานซ์หน่อยก็ใช้โม่ปั่น... แต่สังเกตไหมครับว่า เดี๋ยวนี้ตามไซต์งานบ้านจัดสรรหรือโครงการสร้างบ้านใหม่ๆ เราแทบไม่เห็นกองทรายพวกนี้แล้ว ช่างยุคนี้เค้าหันมาใช้ "ปูนฉาบสำเร็จรูป" (Dry Mortar) แบบถุงเดียวจบกันหมด
เจ้าของบ้านบางคนแอบคิดในใจ "เฮ้ย ช่างมันมักง่ายป่าววะ ซื้อปูนสำเร็จมาฉาบเลยเนี่ย ต้นทุนมันแพงกว่าผสมเองไม่ใช่เหรอ แล้วมันจะทนเท่าปูนทรายสมัยก่อนได้ไง?"
วันนี้ผมในฐานะคนคุมไซต์งาน ขอมาเบิกเนตรเคลียร์คัตให้ฟังเลยว่า ทำไมการผสมปูนเองถึงกลายเป็น "ตำนาน" และทำไมปูนฉาบสำเร็จรูปถึงเป็น "ของมันต้องมี" สำหรับงานก่อสร้างยุคนี้!
🧱 งานฉาบแบบเก่า (ผสมปูนซีเมนต์ + ทรายเอง) : ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้!
การเอาปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์มาผสมกับทรายและน้ำตามสัดส่วนที่ช่างกะเอาเอง (ภาษาช่างเรียกว่า ปูนมิกซ์หน้างาน) มันมีจุดอ่อนที่โคตรจะน่าปวดหัวอยู่ 3 เรื่องหลักๆ ครับ:
สัดส่วนตามใจฉัน (ร้าวแตกลายงา): วันไหนช่างอารมณ์ดีก็ใส่ปูนเยอะ ผนังก็แข็งเป๊ก วันไหนเมื่อยก็ใส่ทรายเยอะ ผนังก็ร่วน พอสัดส่วนมันไม่เป๊ะ (Inconsistent) เวลาปูนแห้งและหดตัว มันจะเกิดอาการ "แตกลายงา" (Shrinkage Crack) ทั่วผนังเลยครับ ช็อตฟีลสุดๆ ตอนจะทาสีนี่แหละ ต้องมานั่งเอาแด๊ปอุดรอยร้าวกันตาแฉะ!
ทรายสกปรก ขี้ดินเพียบ: ทรายที่สั่งมาเป็นคันรถตามร้านวัสดุก่อสร้าง บางทีมันไม่ได้ล้างทำความสะอาดมา 100% ครับ มันมี "ขี้ดิน" หรือเศษผงออร์แกนิกปนมาด้วย ซึ่งไอ้ขี้ดินพวกนี้แหละตัวดี มันทำให้ปูนไม่จับตัวกัน ฉาบไปแล้วร่อนเป็นแผ่นๆ
หน้างานโคตรเละเทะ: มีกองทราย ก็ต้องมีฝุ่น ลมพัดทีฝุ่นทรายปลิวเข้าบ้านข้างๆ โดนด่าอีก แถมตอนผสมปูนน้ำก็แฉะเลอะเทอะไปหมด จัดการหน้างานยากมาก
💼 ปูนฉาบสำเร็จรูป (มิกซ์เสร็จจากโรงงาน) : ตัวตึงงานเนียน จบไว ไม่ปวดหัว
พอมาเป็นปูนฉาบสำเร็จรูป (พวกถุงสีๆ ที่เขียนว่า ปูนฉาบอิฐมอญ หรือ ปูนฉาบอิฐมวลเบา) ข้างในมันไม่ใช่แค่ปูนซีเมนต์เพียวๆ นะครับ แต่โรงงานเค้าผสมสิ่งเหล่านี้มาให้หมดแล้ว:
ทรายอบแห้งคัดขนาด: เค้าใช้ทรายที่ล้างสะอาดจนไม่มีขี้ดินเจือปน แถมคัดไซส์เม็ดทรายมาให้เป๊ะๆ ว่าเหมาะกับงานฉาบ
เคมีภัณฑ์ (Additives) พระเอกตัวจริง: อันนี้แหละที่ช่างผสมเองทำไม่ได้! ในถุงมันจะมีการใส่ "สารอุ้มน้ำ" (ทำให้ปูนค่อยๆ แห้ง ไม่แตกร้าว) และ "สารเพิ่มแรงยึดเกาะ" (ฉาบแล้วหนึบติดผนัง ไม่ร่วงแหมะลงพื้น)
👍 ทำไมวิศวกรถึงรักสิ่งนี้:
คุณภาพ 100 ถุง เป๊ะเหมือนกันทุกถุง: ช่างมีหน้าที่แค่ฉีกถุง เติมน้ำตามสัดส่วนข้างถุง แล้วใช้สว่านติดหัวปั่นกวนให้เข้ากัน จบ! สัดส่วนเป๊ะ ฉาบออกมาแล้วเนียนกริบ โอกาสร้าวแตกลายงาน้อยลงไป 80-90% เลยล่ะ
งานเดินไวติดจรวด: ไม่ต้องเสียเวลาให้คนงานมานั่งร่อนทราย ตักทราย ผสมปูน ประหยัดค่าแรงไปได้บานตะไท
ไซต์งานสะอาด: พื้นที่ทำงานคลีนมาก ไม่มีกองทรายให้เกะกะ เหมาะสุดๆ สำหรับงานรีโนเวทบ้านที่มีคนเข้าอยู่แล้ว
🛑 ทริคหน้างาน: เลือกปูนฉาบสำเร็จรูปยังไงให้เป๊ะ?
ถึงจะเป็นปูนสำเร็จรูป ก็หยิบมั่วไม่ได้นะเว้ยวัยรุ่น! ต้องดูว่าผนังเราก่อด้วยอะไร:
ถ้าก่อด้วย "อิฐมอญ หรือ อิฐบล็อก": ต้องหยิบ "ปูนฉาบอิฐมอญ" (ถุงมักจะเป็นสีเขียวหรือสีฟ้า แล้วแต่ยี่ห้อ) เพราะมันถูกออกแบบมาให้รับกับการดูดซึมน้ำของอิฐดินเผา
ถ้าก่อด้วย "อิฐมวลเบา": ต้องหยิบ "ปูนฉาบอิฐมวลเบา" เท่านั้น! (ถุงมักจะเป็นสีแดงหรือเหลือง) ห้ามเอาปูนฉาบอิฐมอญมาฉาบมวลเบาเด็ดขาด เพราะอิฐมวลเบามันดูดน้ำไวมาก ถ้าใช้ปูนผิดประเภท ปูนจะแห้งกรอบและร่อนเป็นแผ่นๆ ภายในไม่กี่วันครับ!
สรุปเลยนะ: ในมุมมองของผู้รับเหมาและเจ้าของบ้าน การใช้ปูนฉาบสำเร็จรูป ถึงแม้ "ค่าวัสดุ" ต่อถุงมันจะดูแพงกว่าการซื้อทรายมาผสมเองนิดหน่อย แต่มันไปลด "ค่าแรงช่าง" ที่ทำงานได้ไวขึ้น และที่สำคัญสุดคือมันไปลด "ค่าซ่อม" ที่ต้องมานั่งแก้ผนังร้าวในอนาคตครับ จ่ายแพงกว่านิดนึงตอนสร้าง แต่แลกกับผนังเรียบเนียน นอนหลับสบายใจ ยังไงก็คุ้มกว่าเยอะ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น