เลือกไฟผิด ชีวิตเปลี่ยน! แสง Daylight เอาไปไว้ห้องนอนระวังตาค้างยันเช้า
เลือกไฟผิด ชีวิตเปลี่ยน! แสง Daylight เอาไปไว้ห้องนอนระวังตาค้างยันเช้า
"พี่ๆ ซื้อหลอดไฟให้หน่อย เอาสว่างๆ เลยนะ สีขาวจั๊วะๆ" วัยรุ่นบางคนไปซื้อโคมไฟเข้าบ้าน ไม่เคยดูเลยว่าข้างกล่องมันเขียนอุณหภูมิสี (Color Temperature) ว่าอะไร หยิบมั่วๆ มาติด ปรากฏว่าเมียแต่งหน้าลอยเป็นลิง หรือไม่ก็นอนไม่หลับตาสว่างยันตีสาม!
เรื่องของ "สีแสงไฟ" ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามนะเว้ย แต่มันมีผลต่อฮอร์โมนและการมองเห็นของเราด้วย! มาดูกันว่า 3 โทนสีหลัก เค้าเอาไว้ใส่ห้องไหนกันบ้าง
1. Daylight (สีขาวอมฟ้า - 6000K ขึ้นไป) แสงสีขาวจั๊วะสว่างตาแตก อารมณ์เหมือนแสงแดดตอนเที่ยงวัน
จุดแข็ง: ทำให้ตื่นตัว มองเห็นสีวัตถุชัดเจนเป๊ะๆ ไม่เพี้ยน
ที่ๆ ควรอยู่: ห้องทำงาน, โต๊ะอ่านหนังสือ, โต๊ะเครื่องแป้งแต่งหน้า (เมียจะรักมาก เพราะแต่งหน้าแล้วสีรองพื้นไม่วอก), โซนทำครัวหั่นผัก
ที่ๆ ห้ามอยู่: "ห้องนอน" เด็ดขาด! แสงอมฟ้ามันจะไปกดฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้สมองคิดว่าเป็นตอนกลางวัน คุณจะตาแข็ง นอนไม่หลับ ช็อตฟีลสุดๆ
2. Warm White (สีเหลืองส้ม - 2700K ถึง 3000K) แสงสีเหลืองนวลๆ ฟีลเหมือนไฟโรงแรมหรูๆ หรือแสงเทียน
จุดแข็ง: โคตรละมุน สร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น ผ่อนคลาย ถ่ายรูปอาหารแล้วดูน่ากินขึ้น 300%
ที่ๆ ควรอยู่: ห้องนอน, ไฟซ่อนหลืบฝ้าเพดาน, ห้องนั่งเล่นโซนดูทีวี, โต๊ะกินข้าว
ที่ๆ ห้ามอยู่: โต๊ะเครื่องแป้ง! (แต่งหน้าออกมาหน้าจะส้มเป็นพระดวงอาทิตย์ พอออกไปเจอแดดจริงคือหน้าเทาแน่นอน!), ห้องทำงาน (แสงมันจะกล่อมให้คุณง่วงคาคีย์บอร์ด)
3. Cool White (สีขาวนวล - 4000K) ไอ้ตัวนี้คือลูกผสมครับ ไม่ขาวแสบตาแบบ Daylight และไม่เหลืองอ๋อยแบบ Warm White
จุดแข็ง: สีเนียนๆ สบายตา ใช้ได้แบบ Universal รอดทุกห้อง
ที่ๆ ควรอยู่: ห้องน้ำ, โถงทางเดิน, ห้องรับแขกทั่วๆ ไป
จำสูตรนี้ไปใช้นะวัยรุ่น ไฟไม่ใช่แค่เรื่องความสว่าง แต่คือการคุม Mood & Tone ของบ้าน ซื้อผิดห้องเปลี่ยนหลอดด่วน ก่อนที่สุขภาพการนอนจะพัง!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น